วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์ฯ คณะสังคมศาสตร์ มช. จัดเวทีสาธารณะ เปิดพื้นที่ถก “วิกฤตแม่น้ำ” ฟังเสียงวิชาการ–ประชาชน
ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดเวทีสาธารณะว่าด้วยสถานการณ์วิกฤตแม่น้ำในภูมิภาคลุ่มน้ำสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ เสียงของภาคประชาชน และข้อเสนอเชิงนโยบายในการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมอย่างหลากหลาย ทั้งชาวบ้านจากพื้นที่ลุ่มน้ำ นักวิชาการ องค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) นักศึกษา และสื่อมวลชน โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วสันต์ ปัญญาแก้ว คณบดีคณะสังคมศาสตร์ เข้าร่วมรับฟังการเสวนา ณ ห้องประชุมคณะสังคมศาสตร์ อาคารเรียนรวม
ช่วงเช้าเริ่มต้นด้วยการ กล่าวเปิดและชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดเวที โดย นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก่อนเข้าสู่การบรรยายหัวข้อ “ห่วงโซ่อุปทานแร่แรร์เอิร์ทกับวิกฤตแม่น้ำ” โดย ธารา บัวคำศรี นักวิชาการอิสระ ซึ่งสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างเศรษฐกิจโลก การสกัดทรัพยากร และผลกระทบต่อระบบนิเวศลุ่มน้ำ
ต่อด้วยเวทีเสวนา “ทางออกวิกฤตแม่น้ำกก รวก สาย โขง และสาละวินอยู่ไหน” โดยมีผู้ร่วมแลกเปลี่ยนจากหลากหลายภาคส่วน ได้แก่ นิวัฒน์ ร้อยแก้ว โฮงเฮียนแม่น้ำของ, โกวิทย์ บุญธรรม ไทยพีบีเอส, สืบสกุล กิจนุกร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ เปรมฤดี ดาวเรือง ผู้ประสานงานโปรเจกต์เสวนาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดำเนินรายการโดย มาลี สิทธิเกรียงไกร ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนา มช.
ภาคบ่ายเป็นเวที “เสียงประชาชนในวิกฤตแม่น้ำ” ซึ่งเปิดโอกาสให้ตัวแทนชุมชนและเครือข่ายภาคประชาชนจากลุ่มน้ำต่าง ๆ ถ่ายทอดประสบการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง อาทิ ตัวแทนชาวบ้านลุ่มน้ำสาละวิน กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง และเครือข่ายภาคประชาชนในภูมิภาค โดยมี โกวิทย์ บุญธรรม เป็นผู้ดำเนินรายการ
ช่วงท้ายเป็นการสรุปและให้ความเห็นเพิ่มเติมจาก นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, ศาสตราจารย์ สุริชัย หวันแก้ว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ชยันต์ วรรธนะภูติ ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนา มช. เพื่อเชื่อมโยงประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน สังคม และทิศทางเชิงนโยบายในการจัดการทรัพยากรน้ำ
การจัดเวทีครั้งนี้สะท้อนบทบาทของศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางทางวิชาการ ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และประสบการณ์ของชุมชน เพื่อร่วมกันทำความเข้าใจปัญหาสิ่งแวดล้อมร่วมสมัยอย่างรอบด้าน