ศูนย์วิจัยและบริการวิชาการ


คณะสังคมศาสตร์มีพันธกิจหลักในการผลิตองค์ความรู้และบัณฑิตที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางสังคมศาสตร์ มีความเข้าใจและสามารถวิเคราะห์ผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการพัฒนาในหลากหลายมิติที่มีต่อผู้คน ชุมชน สังคมทั้งในระดับประเทศ ภูมิภาค และระดับโลก คณะฯ ได้ส่งเสริมการวิจัยและการผลิตองค์ความรู้ โดยคำนึงถึงนโยบายและยุทธศาสตร์ของประเทศ ยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย รวมถึงออกแบบงานวิจัยที่มุ่งเน้นความเป็นเลิศและความเป็นนานาชาติกำหนดการดำเนินงานวิจัยร่วมกับสาขาวิชาอื่น ๆ และสร้างเครือข่ายวิจัยร่วมกับนักวิจัยต่างประเทศ คณะได้มีการจัดแบ่งกลุ่มงานวิจัย (research cluster) เป็น 5 กลุ่มบนพื้นฐานความเชี่ยวชาญของคณาจารย์ของคณะ ได้แก่
ในด้านการบริการวิชาการซึ่งเป็นพันธกิจอีกด้านหนึ่งที่คณะให้ความสำคัญ โดยได้มีการขับเคลื่อนงานวิจัยและการให้บริการวิชาการแก่สังคมผ่านศูนย์วิจัย จำนวน 7 ศูนย์ของคณะ ที่มีอิสระในการทำงานภายใต้การกำกับดูแลของ ‘ศูนย์วิจัยและบริการวิชาการ’ โดยแต่ละศูนย์เป็นผลที่เกิดจากองค์ความรู้ที่สั่งสม ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์การทำงานที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายการวิจัยทั้งภายในประเทศและต่างประเทศมาเป็นระยะเวลายาวนาน ศูนย์วิจัยทั้ง 7 ศูนย์ของคณะสังคมศาสตร์ ประกอบด้วย

1) ศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (ภาคเหนือ) (GISTNORTH)
ศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (ภาคเหนือ) อยู่ภายใต้การดำเนินงานของภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีที่ทำการอยู่ ณ ชั้น 3 อาคารปฏิบัติการ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีลูกจ้างชั่วคราว จำนวน 1 คน และพนักงานชั่วคราวดำเนินโครงการต่างๆ รวมทั้งสิ้น 12 คน โดยมีภาระหน้าที่หลักในการดำเนินงาน ดังนี้
2) ศูนย์ภูมิภาคด้านสังคมศาสตร์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน (RCSD)
ศูนย์ภูมิภาคด้านสังคมศาสตร์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ RCSD ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2541 เป็นการตอบสนองต่อความต้องการในการบูรณาการความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจที่ดีขึ้นต่อประเด็นด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ตอนบน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา RCSD มุ่งมั่นในการเป็นศูนย์ภูมิภาคเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่แท้จริง มีการวิจัยและจัดฝึกอบรมเพื่อนำไปสู่การพัฒนานโยบายและแนวปฏิบัติ ซึ่งเกิดขึ้นจากการสั่งสมประสบการณ์ที่ยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ ในด้านการเรียนการสอนและการวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในสาขาวิชาต่าง ๆ อาทิ การจัดการทรัพยากร ระบบการเกษตรในพื้นที่สูง การประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มชาติพันธ์ และเพศภาวะ เป็นต้น ศูนย์สตรีศึกษา (WSC)

3) ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนา (CESD)
ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนา (CESD) เดิมเป็นหน่วยงานระดับกลุ่มงานวิจัยในสังกัดสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2538 ด้วยตระหนักถึงการเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากการพัฒนาทั้งในระดับชาติและกระแสโลกาภิวัตน์ที่มีต่อกลุ่มชาติพันธุ์เหล่านี้ ตลอดจนในช่วงกลางทศวรรษที่ 2530 ประเทศไทยได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกระแสบูรณาการทางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง นับแต่นั้น เป็นต้นมาศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนา จึงได้ขยายขอบเขตการทำงาน เพื่อศึกษาปัญหาของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศเหล่านี้มากขึ้น รวมทั้งยังมีบทบาทในการสนับสนุนความเคลื่อนไหวของหน่วยงานและองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานกับกลุ่มชาติพันธุ์ ตลอดจนได้จัดทำโครงการอาสาสมัครชาวเขา เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนชาวเขาได้เรียนรู้แนวคิดในการพัฒนา สนับสนุนการวิจัยที่สามารถนำไปสู่การสร้างความรู้และความเข้มแข็งของชุมชนชาติพันธุ์อีกด้วย ในปี พ.ศ. 2552 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงได้ขอให้โอนงานศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนาจากสถาบันวิจัยมาสังกัดคณะสังคมศาสตร์ ทั้งนี้เพื่อขยายงานวิจัยด้านชาติพันธุ์ให้กว้างขวางมากกว่าเดิม กับทั้งบูรณาการงานด้านการวิจัยเข้ากับการเรียนการสอนในระดับหลังปริญญา โดยศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนาได้รับการยกฐานะให้เป็นศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2552 เป็นต้นมา

4) ศูนย์ภูมิภาคเพื่อการศึกษาด้านภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (RCCES)
ศูนย์ภูมิภาคศึกษาด้านภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (Regional Center for Climate and Environmental Studies, RCCES) คณะสังคมศาสตร์ จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์วิจัยและบริการข้อมูลด้านภูมิอากาศ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ทั้งมิติทางวิทยาศาสตร์และสังคม เช่น การฉายภาพการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต (Climate Change Projections) การศึกษาผลกระทบ (Impacts) การปรับตัว(Adaptation) และแนวทางในการลดผลกระทบ (Mitigation) จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น ซึ่งส่งผลต่อกระบวนการต่างๆทางสิ่งแวดล้อม เช่น ทรัพยากรน้ำ การเกษตร นิเวศวิทยา ระบบนิเวศ และสุขภาพ ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาขีดความสามารถในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยการพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early warning system) ทั้งระยะสั้น (Short Range Forecast) ระยะกลาง (Medium Range Forecast) และระยะยาว (Long Range Forecast) โดยใช้แบบจำลองเชิงตัวเลขร่วมกับเทคโนโลยีด้านภูมิสารสนเทศศาสตร์และการสำรวจระยะไกล เช่น การพยากรณ์อากาศ (Weather Forecasting) การพยากรณ์คุณภาพอากาศ (Air Quality Forecasting) หรือการพยากรณ์ปัญหาหมอกควัน การพยากรณ์น้ำท่วม (Flood Forecasting) การพยากรณ์ภัยแล้ง(Drought Forecasting) การพยากรณ์ภูมิอากาศรายฤดู (Seasonal Climate Prediction) รวมทั้งการศึกษามิติทางสังคมในการรับรู้และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งชุมชนในเขตเมืองและชนบท เพื่อชี้นำสังคมไทยให้เป็นสังคมที่มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Resilience Society) นอกจากนี้ศูนย์วิจัยยังจะมีความร่วมมือกับศูนย์วิจัยอื่นๆ ทั้งภายในมหาวิทยาลัยและเครือข่ายมหาวิทยาลัย รวมทั้งสถาบันวิจัยภายในและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

5) ศูนย์สตรีศึกษา
คณะสังคมศาสตร์ ในฐานะที่เป็นหน่วยงานของสถาบันการศึกษาระดับสูง มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการที่จะส่งเสริมความรู้ ความเชี่ยวชาญในวิชาการด้านสังคมศาสตร์ มีบุคลากรซึ่งมีความสามารถประสบการณ์ และความสนใจในปัญหาสตรีอยู่แล้ว ได้จัดตั้งโครงการสตรีศึกษาขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2529 เพื่อสนับสนุนการศึกษาค้นคว้า วิจัยตลอดจนรวบรวมข้อมูลในประเด็นปัญหาสตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อเผยแพร่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐและเอกชนที่ทำงานเพื่อการพัฒนาสตรี ต่อมาได้มีการยกฐานะและรับรองโครงการสตรีศึกษาเป็นศูนย์สตรีศึกษา หน่วยงานระดับภาควิชาสังกัดคณะสังคมศาสตร์ ในแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติระดับอุดมศึกษาระยะที่ 7 (พ.ศ. 2535 - 2539) และมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา แยกหน่วยราชการนับแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2536 เป็นต้นมา ศูนย์สตรีศึกษาตั้งอยู่ในอาคารสตรีศึกษา ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนในการก่อสร้างจาก TV Campaign for Third World Women’ 89 ของประเทศนอร์เว โดยการประสานของ Norwegian Association of Women Jurists (NAWJ) และมีอาคารของโครงการฝึกอบรมกฎหมายเพื่อผู้หญิงชนบท ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก Norwegian Association of Women Jurists (NAWJ) และ Frauen Anstiftung e.v. แห่งประเทศเยอรมัน ซึ่งขณะนี้ได้ผนวกเป็นส่วนหนึ่งของ Heinrich Boell Foundation

6) ศูนย์อินเดียศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ISCCMU)
ศูนย์อินเดียศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2562 เพื่อเป็นศูนย์ความเป็นเลิศและความเชี่ยวชาญด้านอินเดียศึกษา ให้บริการวิชาการแก่ประชาชนทั่วไปในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอินเดียร่วมสมัย นอกจากนี้ ศูนย์ฯ จะทำหน้าที่เชื่อมโยง/แลกเปลี่ยนความรู้กับสถาบันการศึกษาในภูมิภาคเอเชียและภูมิภาคอื่น ๆ ศูนย์อินเดียศึกษา จะส่งเสริม สนับสนุน และจัดกิจกรรมในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การวิจัย การศึกษาเรียนรู้ การจัดการแสดง การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เป็นต้น

7) ศูนย์จีน-อุษาคเนย์ศึกษา (CSC)
จากสถานการณ์ในปัจจุบันของการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของสาธารณรัฐประชาชนจีนทั้งในเชิงเศรษฐกิจและอำนาจทางการเมือง ในขณะที่อิทธิพลของสหรัฐอเมริกาที่ถดถอยลงไป ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญต่อภูมิรัฐศาสตร์ของโลก ในขณะที่ ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเผชิญกับความผันผวนโดยไม่มีวิธีการที่เพียงพอในการลดหรือเพิ่มขนาดทุน ท่ามกลางสถานการณ์เหล่านี้ การจัดตั้งศูนย์จีน-อุษาคเนย์ศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงทำให้เกิดประโยชน์หลายแง่มุม ครอบคลุมมิติทางภูมิศาสต ร์เศรษฐกิจการเมือง ภูมิศาสตร์วัฒนธรรม สังคมและวิชาการ